อีก 7 วันเจอเสื้อ หมอตาทิพย์เผยนิมิต 2 คนฆ่า น้องชมพู่

อีก 7 วันเจอเสื้อ หมอตาทิพย์เผยนิมิต 2 คนฆ่า น้องชมพู่

จากกรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพักพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. กระทั่งวันที่ 18 พ.ค.63 ผลชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ พบบาดเเผลที่อวัยวะเพศ แต่ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอของคนร้าย โดยได้ไปพบหลักฐานเพิ่มเติม คือ เสื้อลายพรางที่ถูกเผาทิ้งไว้ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบรถแบกโฮของเล่น ประมาณ 200 เมตรนั้น

ล่าสุดวันที่ 25 พ.ค.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ยังได้มาพูดคุยกับนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดใจกับทีมข่าวอีกครั้ง ว่าวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความคืบหน้า แต่ตนก็เห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเหนื่อยแล้ว ตนก็ไม่อยากรบกวนมากนัก ซึ่งเมื่อคืนนี้ตนได้ดูข่าวจากอมรินทร์ทีวี เห็นว่าพบเศษผ้าที่ถูกไฟไหม้ ตนคิดว่าอาจจะเชื่อมโยงกันได้ ในใจก็มีความหวัง เพราะปกติแล้วการทิ้งเสื้อไม่จำเป็นต้องเผา แต่ทำไมมีการเผาเสื้อด้วย

สำหรับประเด็นสิ่งของที่ลูกสาวตนชอบ ลูกจะชอบที่สุด คือ ผ้าสีชมพู หรือลูกเรียกว่า “ผ้านุ่ม” จะชอบมาก ๆ ซึ่งตุ๊กตายังถือว่าเป็นรองผ้านุ่ม เวลาหิวข้าว เวลาง่วง โกรธ เหงา มักจะชอบไปจับผ้านุ่มมาเขี่ยมือ เขี่ยจมูกมากกว่า แต่ตอนนี้ตนก็เผาให้ลูกไปทั้งหมดแล้ว นอกจากผ้านุ่มแล้วก็มีนมเปรี้ยวที่น้องชมพู่ชอบมาก ส่วนขนมน้องจะชอบสาหร่าย ช็อกโกแลต

อย่างไรก็ตาม คดีน้องชมพู่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ตนก็อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเหลือครอบครัวทุกวิถีทาง เพื่อหาตัวคนร้าย และตนก็ต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจากใจจริง ๆ

สำหรับจุดวางของเล่นรถแบกโฮ เป็นแคร่ไม้หน้าบ้านของน้องชมพู่ ซึ่งวางอยู่ตรงนั้นจนถึงวันที่ 10 พ.ค.63 เวลา 16.00 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปพบบนเขา

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้มาพูดคุยกับนางย้อม เชื้อคนแข็ง อายุ 49 ปี ชาวบ้านในละแวกบ้านน้องชมพู่ ซึ่งตอนเกิดเหตุมีลูกชายอยู่บ้านคนเดียว ส่วนนางย้อม ได้ออกไปทำไร่มันสำปะหลัง แต่ที่บ้านนางย้อมมีเสื้อลายพลาง

นางย้อม เปิดเผยว่า ตนออกไปทำไร่ตั้งแต่ช่วงเช้า และกลับมาอีกครั้งสาย ๆ ประมาณ 10.00 น. พบว่าตอนนั้นเริ่มมีการตามหาน้องชมพู่แล้ว สำหรับการแต่งตัวของคนไปไร่ ก็แต่งตัวปกติทั่วไป เสื้อแขนยาว หมวก กางเกงขายาว เหมือนชาวไร่ทั่วไป ไม่ได้ใส่เสื้อลายพลาง แต่หากจะใส่ก็มีบ้าง อาจจะมีคนซื้อเสื้อลายพลางใส่ เพราะราคาถูก หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งที่บ้านตนก็มีเสื้อลายพลางเช่นกัน เพราะเป็นของลูกชายที่เป็นทหาร

ทั้งนี้นางย้อม ยังได้สาธิตการแต่งตัวให้ดูว่าเวลาแต่งตัวไปทำไร่ สวมเสื้อผ้าอย่างไร ซึ่งจะใส่เสื้อแขนยาว หมวกปิดหน้า และกางเกงขายาว

นอกจากนี้ในช่วงเช้าของวันนี้ ทีมข่าวได้รับจดหมายน้อยจากชาวบ้าน ซึ่งนายเข้ม (นามสมมติ) หมอธรรมของชุมชน ได้เขียนข้อความเพื่อให้นำไปตามหาเสื้อของน้องชมพู่ ซึ่งเนื้อความระบุว่า “จริงไม่จริงไม่รู้ หมอดูคู่กับหมอเดา จุดที่ซ่อนเสื้อน้องชมพู่ อยู่ฟากเขาภูเหล็กไฟฝั่งโน้น ดูเหมือนจะมีถ้ำเล็กหลบฝนได้สัก 2-3 คน ตรงหน้าถ้ำมีกอไม้ป้อ ตรงกลางจะมีหลุม ถัดมาจะมีกอไม้ป้อและต้นงิ้วป่า 1 ต้น ปากหลุมจะมีหินปิดไว้ หลุมไม่ใหญ่ เท่าถัง หน้าฝนจะมีน้ำ ถัดลงมาด้านล่างจะมีเส้นทางเดินเก่าไม่ค่อยจะมีคนเดินเท่าไร บริเวณใกล้ถ้ำจะมีดินแดง”

จากนั้นทีมข่าวไปพบ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ ซึ่งนำธูป 1 ดอก จุดและยืนอยู่ที่ชายป่ามันสำปะหลัง หันหน้าไปยังเขาภูเหล็กไฟ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ชมพู่ หากวิญญาณมีจริง ชมพู่ยังอยู่บนภูเขา ขอให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ให้ทีมข่าวได้เจอหลักฐาน และบอกเบาะแสให้จับตัวคนร้ายได้” ก่อนใช้ธูปปักลงกับพื้นดิน ซึ่งการทำพิธีของมารดาชมพู่ เป็นไปตามคำบอกของนายเข้ม ที่ออกมาให้ข้อมูลว่าจะเจอเสื้อของชมพู่ได้ แต่ต้องให้แม่หรือพ่อชมพู่จุดธูปบอกกล่าววิญญาณของลูกสาว

ทีมข่าวกลับมาพูดคุยกับ นายเข้ม (นามสมมติ) หมอธรรมในพื้นที่ เปิดเผยว่า หลังจากดูภาพ สิ่งที่เห็นคือสิ่งที่ติดมือน้องไปด้วย คือ รถตักดินคันนี้คันเดียว ซึ่งขณะนั้นน้องกำบังเล่นตักดินอยู่ สิ่งที่เห็นไปมากกว่านั้นคือ คนที่มาพาตัวน้องชมพู่ไปมี 2 คน คนหนึ่งสวมเสื้อสีส้ม แขนยาว กางเกงยีนส์สีดำ ตัดผมสั้น เห็นแต่ข้างหลัง รูปร่างผอม สูง มาเอาตัวน้องไปจากหน้าบ้านของนางจุไรภรณ์

ก่อนจะมีชายชุดดำอีกคน ยืนรออยู่แถวป่ามันสำปะหลัง และเป็นคนอุ้มน้องไป ชายคนที่ 2 เห็นว่าสวมเสื้อแจ็คเก็ต ใส่หมวกคนทำสวน รูปร่างท้วม ใหญ่ ไม่สูงมาก เป็นคนอุ้มน้องและวิ่งไปที่ชายของของไร่มันเพื่อบังสายตาคน (เส้นทางที่เราเคยทำ คือ เส้นที่ 3) โดยใช้มือปิดปากน้องไป เป็นสาเหตุทำให้น้องชมพู่ร้องแล้วไม่มีคนได้ยินเสียง และคนร้ายวิ่งไปยังจุดที่พบแหวนสแตนเลส ตอนนั้นคนร้ายมีการหยุดคิดไตร่ตรอง เหมือนสองจิตสองใจ

โดยนายเข้ม (นามสมมติ) ให้ข้อมูลน่าสนใจคือ ดันไปตรงกับสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ที่ระบุว่าคนร้ายเอาตัวน้องชมพู่ขึ้นไปบนภูทางด้านขวา ตอนนี้สิ่งที่ขาดคือเสื้อ ซึ่งหลังจากเมื่อวานให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ทีวี พบว่าตนนั้นมีภูมิที่ด้อยกว่าภูมิเจ้าที่ ซึ่งเทวดารักษาตนไม่อยากให้ยุ่ง แต่ส่วนตัวอยากทำบุญ จึงยอมบอกกับทีมข่าว เมื่อคืนนี้ตนฝันเห็นน้องชมพู่ ลักษณะคล้าย ๆ ว่าอยากจะมาบอกอะไรเกี่ยวกับเสื้อ นั่งนิ่ง ๆ บนกิ่งไม้ แต่ในฝันไม่ได้เข้าไปดูใกล้ ๆ

ภาพจาก amarintv

โดยวันนี้ไม่มีชาวบ้านคนใดพาทีมข่าวขึ้นบนภู เนื่องจากกังวลว่าหากไม่อยู่บ้านจะถูกตกเป็นผู้ต้องสงสัย ทีมข่าวจึงตัดสินใจเดินขึ้นย้อนลอยจากจุดที่พบเชือกสีฟ้าด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นทางทิศตะวันตกตามคำบอกของหมอธรรม หลังจากเดินลัดเลาะตามเส้นทางมุ่งไปยังจุดพบศพ ตอนเดินขึ้นช่วง 15.00 น. พบว่าฟ้ายังสว่าง ไม่มีแม้แต่ลม

แต่ระหว่างทางทีมข่าวพยายามมองตามข้างทางตามเบาะแสที่ได้มา ปรากฏว่ายังไม่พบ ทีมข่าวมุ่งหน้าไปยังจุดพบศพ เมื่อไปถึงชั้นเขาก่อนขั้นที่เจอศพ 1 ชั้น ห่างออกไปราว 100 เมตร ตามที่หมอธรรมบอกไว้ จุดนี้เป็นป่าโล่ง ลักษณะเป็นลานกว้าง ทีมข่าวพยายามเดินหาต้นไม้ที่หมอธรรมบอก แต่ก็ยังไม่พบ จะเจอก็เพียงขอนไม้ หรือซอกหินเท่านั้น

ทั้งนี้ในระหว่างที่ทีมข่าวเกือบจะถึงพิกัดตามที่หมอธรรมบอก ปรากฏว่าเกิดลมพายุหมุนพัดอย่างรุนแรง ท้องฟ้ามีเมฆดำทะมึน ฝนตั้งเค้า จนทำให้ทีมข่าวต้องล่าถอยออกจากพื้นที่ และตัดสินใจหยุดภารกิจการค้นหากลับลงมา

ขอบคุณที่มาจาก amarintv