หนุ่มน้ำตาคลอ หลังแม่ได้รับจดหมายมาที่บ้านแล้วไปทำตาม สุดท้ายเงินเกือบ 3 หมื่นเหลือ 419

หนุ่มน้ำตาคลอ หลังแม่ได้รับจดหมายมาที่บ้านแล้วไปทำตาม สุดท้ายเงินเกือบ 3 หมื่นเหลือ 419

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่โซเชียลเข้ามาแสดงความเห็น และคอมเม้นท์กันเป็นจำนวนมาก หลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Martinez โพสต์ข้อความระบุว่า เตือน เมื่อวานนี้เป็นเวลา4โมงเช้า คุณแม่ของผมได้รับจดหมายฉบับนึงมาที่บ้าน ในซองจดหมายนั้นเขียนใว้ว่า ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้นาฬิกาแขวนจำนวน2รางวัล บลาๆๆให้ไปรับของรางวัลที่ร้านแห่งหนึ่งใน

ขอไม่ระบุชื่อร้านนะครับในขณะนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ผมได้อ่านจดหมายนั้น ด้วยเหตุที่ว่าเป็นของรางวัลเราก็อยากได้เป็นเรื่องปกติ คุณพ่อเลยชวนแม่ไปรับรางวัล แต่ในระหว่างที่เดินทางไปก็ไม่รู้เส้นทางหรือตำแหน่งร้าน แต่ขณะขี่รถออกไปคุณแม่ก็ได้โทรสอบถามทาง พนักงาน พนักงานได้บอกเส้นทางร้าน และได้สอบถามกลับมาว่าคุณลูกค้าเข้ามาตอนไหนค่ะ คุณลูกค้าจะเข้ามาเวลาใด ถามย้ำมาก คุณแม่บอกว่าอยู่ซอยโรงบาลแล้วคะ จนมาถึงร้านเป็นเวลา 5 โมงครึ่งเกือบเที่ยง พนักงานต้อนรับเป็นอย่างดีครับ ในขณะที่พูดคุยกันไปมา พนักงานได้เชิญชวนคุณพ่อกับคุณแม่ให้ลุ้นรางวัล

มีพนักงานผู้ชายคนนึงพูดขึ้นมาว่า ถ้าพี่ได้รางวัลไหญ่ เลี้ยงผมด้วยนะด้วยความที่ว่าคุณแม่ผมเป็นคนใจดี คุณแม่ผมเลยตอบตกลง และหลังจากนั้น พนักงานแนะนำว่า ในกล่องนี้มีรางวัลนะคะ ถ้าจับได้ของรางวัลที่ไม่เกินราคา10000บาทลูกค้าไม่เสียภาษีนะคะ

ชุดโฮมเทียร์เตอร์ รุ่น AV576a ราคา 75000

จักยานยน Fino ราคาประมาณราวๆ40000 50000

รางวัลที่3ผมไม่แน่ใจครับคุณแม่จำไม่ได้และรางวัลอื่นๆ

พนักงานได้ถามคุณแม่ผมว่าลูกค้ามากี่คนคะ คุณแม่ผมบอกว่ามา2คนคะ พนักงานเลยให้สิทธิจับของรางวัลจำนวน2สิทธิ

คิวก่อนหน้าคุณพ่อผมมีผู้ชายคนนึงได้จับฉลากขึ้นมา ผลปรากฏว่าได้ของรางวัลครับ เป็นรางวัลแต่ไม่ได้ไหญ่มากอันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับอาจจะเป็นหน้าม้ารึเปล่าหลังจากนั้นคุณพ่อของผมได้ตัดสินใจจับฉลาก เพราะเห็นว่าคนก่อนหน้านี้จับได้ของรองวัลขณะนั้นคุณพ่อผมก็ได้จับฉลาก จับขึ้นมาไม่ได้รางวัลอะไรรอบที่2 เป็นคิวของคุณแม่ คุณแม่ผมได้จับได้รางวัลไหญ่ก็คือชุด โฮมเทียร์เตอร์ ด้วยความดีใจ ดีใจมากๆ เป็นใครก็ดีใจครับตอนนั้น เป็นผมผมก็ดีใจและในขณะที่ดีใจทางพนักงานได้พูดขึ้นมาว่ายินดีด้วยนะคะคุณลูกค้า พนักงานทุกคนได้ปรบมือแสดงความยินดีจากนั้นพนักงานพูดขึ้นมาว่าแต่ทางร้านจะมีค่าภาษีนะคะ ในใจแม่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรด้วยความที่เราดีใจกับสิ่งของที่เราได้ พนักงานบอกว่า ทางร้านจะ เสียค่าภาษี60%ให้นะคะส่วนท่านลูกค้าจะเสียค่าภาษีที่40%คะตรงเรื่องภาษีสินค้านี้ ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้จริงๆครับ วอนฝากผู้รู้ให้คำตอบผมทีนะครับ ขอบคุณครับ และหลังจากนั้นจะมีค่ามัดจำก่อน 3000 นะคะหรือจะจ่ายทีเดียวเลยก็ได้เป็นจำนวน 28,000 รวมมัดจำคะ28000 นี่ต้องบอกก่อนว่าเป็นส่วน40%ลูกค้านะคะอีก60%ทางร้านจะเป็นคนจ่าย

และพนักงานยังพูดต่ออีกว่า ถ้ากรณีจับขึ้นมาได้รางวัลแล้วไม่สามารถยกเลิกได้คะ หรือถ้าไม่มีตังจริงๆ ก็จำเป็นต้องผ่อนจ่ายเท่านั้นเป็น กฏของบริษัท สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็คือต้องจ่ายทั้งหมดอยู่ดีคุณแม่บอกผมว่าเค้าพูดว่านล้อมจนแม่ผมหาทางออกไม่ได้เลย พนักงานยืมลุมล้อมพ่อกับแม่ผมประมาณ4-5คนจนสุดท้าย จากนั้นต้องยอมซื้อ ด้วยที่ว่าคุณพ่อคุณแม่มีเงินพกติดตัวไป 3000 บาทจึงได้จ่ายค่ามัดจำไปก่อนส่วนที่เหลืออีกคือ 26,000 บาททางพนักงานเลยแนะนำว่าให้ชำระ หลังจากที่ติดตั้งที่บ้านเสร็จก็ได้หลังจากนั้น…คุณแม่ได้บอกผมว่า แม่ไม่รู้ตัวเลยว่าเค้าพูดกับแม่ยังไง แม่ถึงมีแนวโน้มที่จะสนใจสินค้า และไปกดตังที่ขาดอยู่ให้เค้า แม่ไม่รู้ตัวเลยว่าแม่ทำอะไรลงไปอันนี้ต้องบอกใว้ก่อนนะครับ ว่าคุณแม่ของผมท่านค่อนข้างมีอายุพอสมควร และที่สำคัญท่านทั้งสองไม่ค่อยได้ดูสื่อหรือติดตามข่าวสารทางโซเชียวเท่าไหร่ จึงอาจจะมีสิทธิจนหลงเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ บวกกับท่านออกกะเช้ามาหลังจากทำงานมาทั้งคืนร่างกายน่าจะอิทโรยมาก และด้วยความดีใจ ไม่รู้ว่าโดนพูดจาโอบล้อมยังไงด้วยครับต่อมา ทางพนักงานได้ยกเครื่องโฮมเทียร์เตอร์นี้ขึ้นรถทันที พร้อมไปติดตั้งที่บ้านของผม และจากนั้นได้นำเครื่องเสียงนี้มาติดตั้งที่บ้านเป็นที่เรียบร้อย

หลังจากนั้นคุณแม่ของผมได้ไปกดตังออกมาเป็นจำนวนสองหมื่นกว่าๆ และกลับไปที่ร้านนี้อีกรอบเพื่อชำระสินค้า ทั้งหมด28000รวมมัดจำที่จ่ายไปก่อนหน้านี้และพนักได้ออกใบเสร็จให้ปกติแต่ที่ไม่ปกติในความคิดผมตอนได้เห็นใบเสร็จนี้ไม่มีเลขภาษีครับ รูปอยู่ด้านล่าง ช่วยดูให้หน่อยครับ

จากนั้นพนักงานยังให้โอกาศลุ้นรางวัลของแถมสัมมะนาคุณอีกรอบ คราวนี่เป็นคิวของคุณพ่อจับขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นรางวัลเครื่องเล่น DVD พนักงานพูดขึ้นมาว่าเครื่อง DVDเรานั้นตอนนี้ยังไม่มีสินค้านะคะถ้าจะเอาต้องรอพรุ่งนี้ พนักงานก็เลยแนะนำเป็นหม้อหุงข้าวไหม สรุปแล้วคุณพ่อผมก็เลือกหม้อหุงข้าวแต่รอบนี้พนักงานบอก ฟรีนะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมก็ได้เดินทางกลับบ้านครับมารู้ตัวอีกที แม่ผมบอกว่าถึงบ้านแล้วและเมื่อวานเย็นนี้ผมกลับจากวิทลัยมาผมได้กอดคุณแม่ทีนึง คุณแม่หันหน้ากลับมาพูดกับผมว่า ออย แม่โง่มั้ย ด้วยความที่เราก็งง แม่โง่อะไร ผมก็เลยถามแม่ว่าแม่เป็นอะไร ทำไมพูดแบบนี้หละ

ตอนแรกจะไม่เล่าให้ผมฟัง จนสุดท้ายคุณแม่พูดออกมาให้ผมฟังทั้งหมด พร้อมกับน้ำตาของคุณแม่ ผมทำตัวไม่ถูกเลยครับตอนนั้น ทั้งแค้นทั้งโกรธ ทั้งสงสารแม่แม่บอกว่า เงินทั้งหมดนี้ที่แม่กดไปตอนนี้ในบัญชีเหลืออยู่419บาทนะ เงินเดือนแม่เดือนนี้หมดแล้ว และต่อไปนี้แม่จะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวให้พวกเรากิน จะเอาเงินที่ไหนให้หนูไปโรงเรียน และไหนจะค่าประกันที่จะต้องจ่ายเร็วๆนี้ด้วย และไหนจะค่านู้นนี่ต่างๆแม่ยังบอกกับผมอีกว่าไม่ต้องไปเอาเรื่องเค้าลูกปล่อยเค้าไป ถือว่าเป็นบทเรียนของแม่นะส่วนตัวคิดว่าบทเรียนนี้น่าจะเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นความยินยอมของตัวเราเอง แต่เบื้องต้นปรึกษาทางคุณครู คุณครูบอกว่าให้ลองไปลงบรรทึกประจำวันใว้ครับ ใครพอมีแนวทางแนะอีกบ้างช่วยแนะนำหน่อยครับ ขอบคุณครับ

สุดท้าย และนี่ก็เป็นบทเรียนอีกบทเรียนหนึ่งที่ครอบครัวของผมพึ่งได้เจอมาสดๆร้อนๆและส่วนตัวผมก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของผม ถึงอาจจะเป็นจำนวนเงินไม่มากเท่าไหร่แต่สำหรับผม ผมว่ามันเยอะมากครับ จึงอยากมาแชร์ให้ทุกๆคนรับรู้ว่า เราสามารถโดนหลอกได้เสมอ เพราะของฟรีไม่มีในโลกหรือของอะไรก็แล้วแต่ที่ได้มาง่ายๆ ถ้าครอบครัวของผมรู้ตัวช้าไปสักนิดอาจจะสูญเสียทั้งเงิน ทั้งอีกหลายๆอย่างก็เป็นได้ เพราะนักต้มตุ๋นมันมาในคราบคนพูดจาดี ใจดีเสมอ จึงอยากเตือนทุกๆคนๆเพื่อเป็นอุทาหรณ์ทุกคนไว้